More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  บนเส้นทางสายชีวิต...เราต...PhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community

บนเส้นทางสายชีวิต...เราต่างเป็นนักเดินทางผู้โดดเดี่ยว

บทบันทึกเล็กๆ...บนเส้นทางน้อยๆของนักแสวงหาคนหนึ่ง
Wink ขอบคุณทุกกำลังใจที่แวะมา...  
  • October 03 4:50 PM
    ฮ่วยๆๆ ปาดๆๆๆ 555
  • September 14 10:58 PM
     
    Cin, thank you for sharing your trips around Thailand which I will not have a chance to make it. Don't forget my Blog, I will take you tour around SouthWest of England. ขอบใจเพื่อนซินที่พาเราเที่ยวไทย ซี่งเราคงไม่ได้มีโอกาศไปเที่ยว (เราไม่ชอบทาก) อย่าลืมแวะเยี่ยมบลอกเรานะ จะพาเที่ยว ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของอังกฤษ จ้า คึดฮอดเด้อ
  • September 03 12:46 AM
    เห็นว่ามาแวะดูของเรา เราเลยแวะมามั่ง ยินดีที่ได้รู้จักนะค้า
     
    บลูค่า 
  • August 27 5:15 PM
    hi cinn Smiley,
     
    just come to say hi in your blog. it looks great! what's a nice work you have done!
    well, keep on walking naja' i wish you all the best.
     
    hope to see you in november Flugzeug  
    Ying ja'
View space
sukanya
View space
tuajatua
View space
(Ley)
View space
Jamebond
View space
Patty
View space
woodpecker
View space
yupa_sru@hotmail.com
View space
PonpimSt

February 21

วันนี้วันมาฆบูชา

วันนี้เป็นวันสำคัญของพุทธศาสนิกชนวันนี้คือ "วันมาฆบูชา" เป็นวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสาม ในสมัยพุทธกาลวันนี้เป็นวันที่
พระสงฆ์ 1250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และพระทุกรูปล้วนเป็นพระอรหันต์ (เท่าที่จำได้สมัยเรียน)
 
ฉันตั้งใจว่าวันนี้จะไปทำบุญที่วัดเนื่องจากห่างหายจากการทำบุญมาเนิ่นนาน นัดกับเพื่อน 5 คนไปทำบุญที่วัด แล้วฉันจะไป
วัดไหนคำถามเกิดขึ้นในใจ ความรู้สึกเดิมที่เคยตั้งใจว่าจะไปวัดพระนอนที่อ่างทองชื่อวัดอะไรจำไม่ได้แต่เคยดูในนิตยสาร
ท่องเที่ยวรู้สึกว่าองค์พระเป็นพระนอนกลางแจ้งสีขาวองค์โตสวยมาก อ่านจากหนังสือจึงรู้ว่าวัดนี้ชื่อ"วัดขุนอินทประมูล"
 
ออกจากบ้านสิบโมงครึ่งแวะซื้อของทำสังฆทานที่ร้านสะดวกซื้อกว่าจะเรียบร้อยก็สิบเอ็ดโมงครึ่ง ขับรถจากอยุธยาไปตาม
ถนนสายเอเชียไม่ไกลก็ถึงทางเลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองอ่างทองประมาณสามกิโลเมตรก็ถึงตัวเมืองอ่างทอง จากนั้นเลี้ยวเข้า
สาย 309 ตรงไปทางอำเภอไชโยถึงตำบลเทวราชจะมีทางเลี้ยวซ้ายข้ามสะพาน ประมาณสามกิโลเมตรก็จะถึงวัด บริเวณวัด
อยู่ทางซ้ายมือจะมองเห็นองค์พระนอนสีขาวเด่นรายล้อมไปด้วยต้นไทรต้นใหญ่ดูร่มรื่น
 
บริเวณทางเดินสู่องค์พระจะมีรูปปั้นของชายโบราณในชุดราชการเต็มยศ จากประวัติของวัดเชื่อกันว่าชายคนดังกล่าวคือ"ขุน
อินทประมูล" ผู้ยักยอกเงินหลวงมาเพื่อสร้างและบูรณะองค์พระนอนจนถูกลงโทษเฆี่ยนตีจนตาย วัดนี้จึงได้ชื่อว่าวัดขุนอินท
ประมูล
 
 
 
 
February 13

29 ธันวาคม 2550 ไปป่าภูเขียว

วันแรกของการเดินทาง ฉันตื่นตั้งแต่เช้ามืดเตรียมข้าวของสำหรับการเดินทางสู่ดินแดนอีสานเหนือตามตารางที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าคือวันนี้ฉันต้องไปให้ถึงภูเขียว จ. ชัยภูมิ ฉันมีนัดจะไปเจอพี่สาวคนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน และพักค้างแรมที่ภูเขียวไม่ต่ำกว่าสองคืน

เมื่อนำสิ่งของที่ต้องนำติดตัวไปมากองรวมกันแล้ว มันดูมากมายมหาศาลเหลือเกิน ทั้งของสำหรับพวกเราเหล่าสมาชิกนักเดินทาง อีกทั้งยังมีข้าวของเพื่อบริจาคให้กับน้องๆที่ภูเขียวอีกหลายลัง คิดแล้วเหนื่อยใจที่ต้องขนข้าวของพวกนี้ลงจากชั้นสี่ แต่ด้วยความช่วยเหลือจากน้องร่วมทางข้าวของมากมายจึงถูกวางเรียงกันไว้จนเต็มท้ายรถกระบะคันเก่งของฉัน เกือบตีห้าแล้วฉันและเหล่าสมาชิกก็พร้อมออกเดินทาง เราแวะรับสมาชิกคนสุดท้ายที่บางปะอิน จากนั้นเราทั้งสี่กับเจ้าวิกกี้ รถกระบะคันเก่งของฉันก็พร้อมออกเดินทางสู่จุดหมายแรกที่ภูเขียว

จากตัวเมืองชัยภูมิฉันต้องขับรถไปอีกกว่า 120 กิโลเมตรผ่านเข้าสู่อำเภอแก้งคร้อ ภูเขียว และแวะซื้อของกินที่คอนสารก่อนเดินทางสู่ปางม่วงด่านแรกก่อนเข้าสู่เขตฯภูเขียวสถานที่นัดพบกันระหว่างฉันและพี่สาวรวมทั้งชายหนุ่มคู่กายของพี่สาวด้วย เค้าทั้งคู่รอฉันอยู่ที่ด่านตรวจปากทางเข้าภูเขียวเรียบร้อยแล้ว จากปากทางฉันขับรถตามเส้นทางสู่ทุ่งกะมัง สองข้างทางร่มรื่นไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ตลอดเส้นทาง อากาศภายนอกจึงเย็นลงอย่างรวดเร็วจนฉันอดไม่ได้ที่จะเปิดกระจก

พี่ชายและพี่สาวพาฉันและพรรคพวกไปกางเต๊นท์ที่บริเวณกางเต๊นท์ ”หนองแปก” ที่ทางเขตฯจัดเตรียมไว้ แต่ค่ำคืนนี้เรามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เพียงหนึ่งกลุ่มรวมกับกลุ่มเราเป็นสอง จุดกางเต๊นท์จึงดูเงียบ แต่ก็ไม่เงียบเสียทีเดียวเพราะอย่างน้อยก็ยังมีเจ้าถิ่น “เจ้ากวาง” ตัวดีนั่นเองที่ออกมาต้อนรับเราตั้งแต่เข้าไปถึง คงเพราะมันได้กลิ่นอาหารของเรานั่นเอง แม้เราจะขับไล่มันไปหลายครั้ง แต่มันก็ยังกลับมาขออาหารจากเราอยู่ตลอดเวลา

อากาศที่กลางป่าภูเขียวจัดว่าหนาวมากสำหรับคนที่เพิ่งหลบร้อนมาจากปทุมธานีอย่างฉันและเพื่อนๆ เรานั่งกินข้าว และคุยกันข้างกองไฟโดยมีเสบียงที่เตรียมมาเต็มที่ราวกับจะไปนอนป่าซักหนึ่งอาทิตย์ วันนี้เรามี...ส้มตำ เนื้อย่าง และต้มปลา

ดวงดาวทอแสงกระจ่างฟ้าจนฉันต้องแหงนหน้าขึ้นชื่นชมความงามของทางช้างเผือกเบื้องบน นานแล้วสินะที่ฉันไม่ได้เห็นทางช้างเผือก เส้นทางแห่งความฝันเมื่อครั้งยังเยาว์วัยสมัยที่ฉันยังมีความฝันว่าจะเก็บดาวทุกดวงบนท้องฟ้าเอามาร้อยไว้ที่ข้างหน้าต่าง

ฉันเข้านอนในคืนแรกด้วยความเพลียจากการขับรถมาทั้งวัน ฉันหลับสนิทตลอดหลายชั่วโมง จนกระทั่งได้ยินเสียงคุยกันที่ข้างกองไฟ พี่ชายกับพี่สาวนั่นเองที่ลุกมาก่อไฟ ฉันจึงลุกมาถามไถ่ ก็ได้ความว่าพี่ท่านทั้งสองได้ยินเสียงช้างที่ริมสระน้ำซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากที่นอนเรานัก ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าช้างจะแวะมาทักทาย พี่ทั้งสองเลยชวนกันลุกมาเติมเชื้อไฟให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง ฉันถือโอกาสลุกมาเข้าห้องน้ำและสำรวจข้าวของท้ายรถเพราะได้ยินว่าเจ้ากวางตัวดีแอบมารื้อค้นที่ท้ายรถ แถมล้วงขนมบริจาคไปจากท้ายรถ หลังจากดูสภาพแล้ว หากว่ามันปีนขึ้นไปได้มันคงปีนแล้ว แต่อย่างน้อยฉันก็ยังดีใจว่ามันยังปีนไม่ได้ และแกะขนมไม่เป็น แต่สำหรับต้มปลาของเราที่ข้างกองไฟก็กลายเป็นอาหารรอบดึกของเจ้าบ้านไปเสียแล้ว อดเสียดายไม่ได้เพราะซื้อมายังไม่ได้กินเลย

ระหว่างนั่งอยู่ข้างกองไฟ ฉันก็เหลือบไปเห็นที่ง่ามนิ้วนางข้างขวามีรอยเลือดแห้งเกรอะกรัง นึกขึ้นได้ว่าที่นี่เป็นป่าดงดิบที่สัตว์ไม่มีขาอย่างทากชุกชุมพอสมควร ฉันมาที่นี่หลายครั้ง เคยไปยังสถานที่ที่มีทากเยอะหลายแห่ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่โดนทากดูดเลือด ช่างน่าประทับใจจริงๆ

February 04

กลัว

บ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวริมลำน้ำสายหลักสายหนึ่ง รายล้อมไปด้วยต้นไม้และป่าไม้ ด้านหน้าของตัวบ้านหันหน้าออกสู่ถนน ด้านข้างสองด้านคือภูเขาและลำน้ำ ที่ด้านข้างฝั่งลำน้ำมีบันไดทอดยาวขึ้นสู่ตัวบ้าน  

ก้าวแรกที่มาถึงที่นี่ความรู้สึกแรกคือ "คืนนี้เราจะนอนที่นี่จริงๆเหรอ" แต่ความรู้สึกนั้นก็อยู่แต่เพียงในความคิดไม่อาจหลุดออกจากปากฉัน เพราะความเกรงใจที่พี่อุตส่าห์พาเรามาพักที่นี่

"บ้านนี้มีประวัติเยอะแยะมากมาย เล่าทั้งคืนก็ไม่จบหรอก เจอกันมาแล้วทั้งนั้น"  แว่วเสียงคนร่วมทางครั้งก่อนเล่าสู่กันฟังในค่ำคืนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนที่ฉันมาที่นี่ครั้งแรก เหมือนอากาศในตอนบ่ายวันนั้นมันเย็นลงอย่างรวดเร็วผ่านแทรกเข้าไปในผิวกายจนฉันสะท้าน ยิ่งสายตาเหลือบไปเห็นบันไดทางขึ้นบ้าน มันช่างเชิญชวนให้ฉันจินตนาการไปถึงฉากหนึ่งในละครทีวี

ความกระตือรือร้นที่เคยมีเมื่อวานกลายเป็นความเงียบ ฉันนิ่งเพราะไม่รู้ว่าจะเลือกกางเต๊นท์ที่ใต้ถุนบ้านหรือ นอกตัวบ้านดี "กางใต้ถุนบ้านนี้แหละ พื้นปูนด้วยเรียบดี" เสียงแว่วมาจากพี่ชายคนดีที่กำลังสาละวนกับการกางเต๊นท์ แต่น้องคนเล็กผู้รู้เรื่องราวเป็นอย่างดีกลับถือเต๊นท์วนไปวนมาเพาะไม่อยากกางใต้ถุนบ้าน

สุดท้ายเราทั้งหกก็แยกกันกางเต๊นท์โดยฉันกับเพื่อนเลือกกางเต๊นท์กันนอกตัวบ้าน ส่วนพี่ๆทั้งสองเลือกที่จะนอนที่ใต้ถุนบ้าน

หลังอาหารเย็นพี่ชายชักชวนพวกเราไปดูสัตว์ป่ากัน ฉันตกลงใจไปเพราะไม่อยากอยู่บ้านนี้นาน และหากไปเดินบ้างกลับมาจะได้หลับสบายไม่ต้องตื่นมากลางดึกเข้าห้องน้ำ

เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง เมื่อเจ้าเพื่อนตัวดีปลุกฉันตื่นมาตอนตีหนึ่งพร้อมกับบอกว่ามันปวดท้องเข้าห้องน้ำ ฉันผู้ตั้งใจว่าคืนนี้จะไม่ลุกออกจากเต๊นท์เด็ดขาดเลยต้องจำยอมออกมายืนเฝ้าหน้าห้องน้ำให้เพื่อน

...อากาศที่ว่าหนาว แต่ฉันกับรู้สึกว่าเหงื่อตามผิวกายเริ่มซึม ฉันหันหลังพิงผนังห้องน้ำ สายตาเพ่งไปข้างหน้าที่ตัวบ้าน สงบสติที่กระเจิดกระเจิง พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เป็นไงเป็นกันฉันมองไปที่หน้าต่างบนบ้านที่ปิดอยู่ รอบตัวมีเพียงความเงียบ เงียบจนฉันได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ความกลัวเป็นอย่างนี้นี่เองเมื่อเรากลัวจนถึงที่สุดแล้ว เราก็จะเข้าใจความกลัวมากขึ้น และจะสามารถอยู่กับความกลัวได้อย่างเข้าใจ...

นี่คงเป็นสาเหตุว่าทำไมพระท่านจึงแนะนำให้เราต่อสู้กับความกลัวด้วยความกลัว...

.............................  

December 24

ธรรมชาติ...การให้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

คุณเคยให้อะไรกับใครที่คุณไม่เคยรู้จักบ้างไหม
ฉันก็ให้เงินขอทานไง หลายคนคงตอบเช่นนั้น
 
คุณเป็นนักเดินทางหรือเปล่า
หลายคนตอบว่าใช่ บางคนบอกว่าไม่แน่ใจ
อย่างไรก็ตาม...
ทุกครั้งที่คุณเดินทางคุณได้เพื่อนใหม่มากี่คน
ทุกครั้งที่คุณเดินทางคุณสูดหายใจรับออกซิเจนที่บริสุทธิ์เข้าไปกี่ครั้ง
ทุกครั้งที่คุณเดินทางคุณได้ทำลายร่องรอยแห่งธรรมชาติด้วยรอยเท้าคุณที่เหยียบย่ำไปกี่ที
ทุกครั้งที่คุณไปฉันไป เราต่างได้รับสิ่งต่างๆกลับมาจากธรรมชาติ โดยที่ธรรมชาติไม่เคยเรียกร้องกลับคืน
 
..................................   
 
 
September 07

เพื่อนใหม่...บนดอยสูง

การเดินทางใช่จะนำมาเพียงความตื่นตาตื่นใจ ความแปลกใหม่กับทุกเส้นทางที่ผ่านไป
หลายๆครั้งที่เดินทาง ฉันมีโอกาสได้รู้จัก และพบเพื่อนใหม่มากมาย
 
เพื่อนใหม่บางคนให้ร่วมเดินทางไปด้วยกัน
เพื่อนใหม่บางคนให้ความรู้ในเรื่องต่างๆที่ฉันไม่เคยรู้
เพื่อนใหม่บางคนให้อาหาร ให้ที่พัก
 
ใครคนหนึ่งเป็นพี่ชายใจดี เค้าพาฉันนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์จากดอยภูคาน่านสู่พะเยา ทั้งที่เราเพิ่งรู้จักกัน 
และปัจจุบันเค้ายังคงถามว่าเมื่อไหร่จะมาเที่ยวอีก...
 
ใครคนหนึ่งให้ร่วมทางขึ้นภูสูง ให้อาหาร และยังพาเราส่งต่อไปอีกจังหวัดจากภูลังกาพะเยา สู่แจ้ซ้อนลำปาง
 
ใครคนหนึ่งสอนให้ฉันรู้ว่าชาวเขาใช่จะด้อยพัฒนาเสมอไป เพราะเค้าชายหนุ่มชาวอาข่าผู้เปลี่ยนแปลงดอยอาข่าให้เป็นที่รู้จัก
ไปทั่วโลก โดยที่ไม่ต้องจบปริญญา ไม่ต้องเรียนสูงแต่พูดภาษาอังกฤษเก่งมาก
 
ใครคนหนึ่งยังสอนให้รู้จักนก และผีเสื้อ
 
เพราะพวกเค้าเหล่านั้นนั่นเอง ที่ทำให้ฉันรู้จักคำว่ามิตรภาพจากการเดินทาง มิตรภาพที่ไม่ได้ซื้อด้วยเงิน แต่ต้องและด้วยความจริงใจ
 
.........................
 
 
 
 
View more entries